ก่อนอื่นเนมก็ไม่มีความคิดจะทำศัลยกรรมหรอกค่ะ แต่ด้วยเพื่อนๆในกลุ่มต่างก็พากันไปทำจมูกกันมาและก็มาทักเนมว่าทำไมเนมไม่ทำบ้าง หน้าจะได้สวยขึ้น เพื่อนๆก็แนะนำให้ทำกับหมอศรัณย์ เนมก็เลยตัดสินใจเริ่มทำจมูก และก็ถูกใจมากค่ะเพราะคุณหมอทำให้เข้ากับโครงหน้าเรามากค่ะ ไม่โด่งมากแหต่อจากนั้นคุณหมอก็แนะนำให้เสริมคางเพิ่มค่ะ เพราะพอมีจมูกคางก็ถดถอยไป ดูด้านข้างมันไม่รับกัน ต่อจากนั้นเนมก็เข้าไปปรึกษาหมอว่าอยากหน้าตาแบบดาราเกาหลีควรจะทำอะไรหมอก็แนะนำให้เสริมหน้าผากค่ะ เพราะอยากหน้าตาเหมือนคนเกาหลี ต้องดมยาสลบด้วยล่ะ หมอบอกให้เนมงดน้ำงดอาหาร เนมก็งดตั้งแต่เที่ยงคืนของคืนก่อนวันผ่า ตื่นเต้นมากค่ะ นอนไม่หลับเลย และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องขึ้นเขียงค่ะ หมอดมยาก็ฉีดยาเข้าเส้นและเนมก็หลับไปเลยค่ะ พอรู้สึกตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงพยาบาลเรียก”เสร็จแล้วนะคะ เจ็บมั๊ยคะ สวยเลย” แล้วพี่ๆพยาบาลก็พาเนมมาอยู่ห้องพักฟื้นค่ะ พี่ๆดูแลเนมดีมากค่ะ คอยขึ้นมาดูตลอดค่ะ ให้ทานข้าวทานยา แต่ดีจังค่ะ ไม่เจ็บเลย
คนเราทุกคนต่างก็อยากดูดี ใครที่มีพื้นฐานดีอยู่แล้วก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าไม่ก็มีวีธีที่ช่วยได้ คำตอบก็คือ”การศัลยกรรม” การทำศัลยกรรมคือการแก้ไขหรือเติมเต็มจุดด้อยของตัวเองให้ดูดี มันเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกดี รู้สึกมั่นใจตัวเองมากยิ่งขึ้น และมันก็ถือว่าเป็นคือผลดีกับคนคนนั้น ก่อนที่กุ๊กจะตัดสินใจทำศัลยกรรมมีคนบอกว่าฉีดคอลลาเจนก็ได้ คอลลาเจนอยู่ได้6-8เดือนถ้าไม่ชอบเดี๋ยวมันก็สลายไป ก็เลยตัดสินใจเลือกทางนี้เพราะเห็นว่า ทำง่าย ไม่ต้องพักฟื้น ราคาไม่แพง
ผ่านไปสัก4-5เดือน ก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดคะว่า คอลลาเจนที่ไปฉีดมามีการไหลมาด้านข้างจมูกบริเวณช่วงหัวตา จนมีเพื่อนทักว่าทำไมไปแก้จมูก!! ก็เลยสอบถามข้อมูลกับเพื่อนเพราะตัวเพื่อนกุ๊กเองก็เพิ่งไปแก้มา ก่อนที่จะตัดสินใจทำกุ๊กก็ค่อนข้างจะหาข้อมูลเยอะพอสมควรนะคะ ทั้งสอบถามพี่ๆ เพื่อนๆ คนรอบข้างที่เคยทำ, ค้นหาในเว๊บไซด์ต่างๆ, โดยส่วนตัวแล้วกุ๊กจะเชื่อเรื่องความรู้สึกคะ ได้ไปปรึกษาพูดคุยมาหลายที่แล้วก็ยังเฉยๆยังไม่คลิกซะเท่าไหร่ จนได้มาปรึกษาที่คลีนิกคุณหมอศรัณย์คะหลังจากผ่าตัดเสริมจมูกไปเรียบร้อยแล้ว น้องปุ้ยก็ส่งรูป ภาพหลังทำ 2 สัปดาห์ มาให้ปิ่นทางเมล์ ซึ่งน้องปุ้ยบอกว่า จมูกเริ่มจะยุบบวมจนแลเห็นสันจมูกโด่งขึ้นมา บ้างแล้ว สามารถไปไหนมาไหนได้ตามปกติ ซึ่งจมูกของน้องปุ้ยก็จะค่อยๆยุบบวมลงมากกว่านี้ และจะเห็นสันจมูกโด่งขึ้นมาชัดเจนมากกว่านี้
โดยทั่วไปก็ ประมาณ 3 เดือนหลังทำ จึงจะเข้าที่ ซึ่งปิ่นก็จะติดตามรูปน้องปุ้ยเพื่อมาโพสให้เพื่อนได้ดูกันต่อไป
(หลังการเสริมจมูกที่โรงพยาบาลเลอลักษณ์ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรคนไข้ไม่ต้องเดินทางกลับมาอีก เพราะคุณหมอได้ใช้ไหมละลายเย็บให้ ซึ่งปกติแล้วจะละลายหายไปเอง โดยไม่ต้องตัดไหม ออก)
จิงๆแล้วเป็นคนกลัวเจ็บมากกกกกกกก และกลัวเข็มมากด้วย จึงบอกคุณหมอว่าทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ไม่เจ็บ คุณหมอเลยแนะนำให้ใช้ยาสลบนะค่ะ เพราะไม่ว่าจะฉีดยาชาไปแล้วก็ตามมันก็ยังพอรู้สึกได้อยู่ก็เลยเลือกที่จะใช้ยาสลบดีกว่า หลับไม่รู้สึกอะไรเลยตื่นมาก้อเสร็จแล้ว แต่การทำหน้าผากนั้นแตกต่างจากการทำจมูก คาง ตา มาก พวกนั้นทำเสร็จแล้วดูแลค่อนข้างง่ายค่ะ แต่หน้าผากนี่ ที่ทำมาจะมีสายเลือดเสียแถมกลับมาบ้านด้วย ตกใจมาก เพราะไม่เคยทำมาก่อน ดูอาการหนักค่ะ พันหัวไว้ตลอดเวลา อีกสามวันคุณหมอก้อนัดมาดูอาการแล้วก็เอาท่อต่อเลือดเสียออก จากนั้นคุนหมอจะดูดเอาเลือดคั่งที่อยู่ในหน้าผากออกมาโดยการฉีดยาชาบริเวณหน้าผาก แล้วเอาสลิงดูดเลือดออกมาวิธีนี้จะทำให้หน้าผากยุบและหายเร็วค่ะ แต่ในกรณีของกิ๊ก ร่างกายกิ๊กเป็นคนเลือดแข็งตัวง่ายเลยดูดเลือดไม่ออกคุนหมอจึงต้องผ่าอีกรอบเพื่อดูดเลือดครั้งออก หลังจากนั้นก้อหายอาการดีขึ้นเรื่อยๆ แรกๆจะไม่ชินกับหน้าตัวเอง เวลาถ่ายรูปก้อจะหามุมไม่ค่อยได้เพราะหน้าผากจะเต่งๆค่ะ พอเข้าที่ได้สัก1เดือนเริ่มโอเคแล้วค่ะ พอจัยมาก 2-3 เดือนหายล่ะค่ะออกมาเข้ากับหน้ามากๆ
การทำศัลยกรรมจมูก ถือเป็นการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากในตอนนี้ เนื่องจากเป็นการทำศัลยกรรมที่ทำได้ง่าย หากอยู่ในการดูแลของศัลยแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญการ และมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ที่สำคัญสามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะของจมูกให้สวยถูกใจได้ตามต้องการ สร้างความมั่นใจให้กับคุณสาว ๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์เลยทีเดียว
รู้สึกว่าหน้าเราหวานและสมบูรณ์แบบมากขึ้น เพราะจากเดิมจมูกทำให้หน้าดุ แฟนชอบทักว่าหน้าเหมือนผู้ชาย เลยรู้สึกแปลกๆค่ะ ตอนแรกกลัวมากๆกับการทำศัลยกรรมแต่พอทำเสร็จแล้วมาคิดว่าน่า จะทำตั้งนานแล้ว ไม่เจ็บ ไม่เขียว ไม่ช้ำเลยค่ะ หลังจากทำแล้วหน้าก็ดูหวานขึ้น เวลาแต่งหน้าก็แต่งง่ายขึ้น เดี๋ยวนี้เวลาไปเจอเพื่อนๆหรือคนที่รู้จักก็ทักว่าไปทำอะไรมาดูสวยขึ้น โดยที่คนพวกนั้นไม่ทราบเลยว่าเราไปทำจมูกมาเพราะเป็นธรรมชาติมากๆ”








